การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะค่อยเป็นค่อยไป



การคุมเข้มทางการเงินเพิ่มเติมจะค่อยเป็นค่อยไปและวัดผลได้ และสามารถปรับเปลี่ยนได้หากจำเป็น หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงินปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลักเมื่อปลายเดือนที่แล้ว รายงานการประชุมเปิดเผยเมื่อวันพุธ

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เพิ่มอัตราการซื้อคืนหนึ่งวัน 1 ใน 4 จุดเป็น 1.25% เพื่อลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยจะทบทวนนโยบายครั้งต่อไปในวันที่ 25 มกราคม เมื่อนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นราคาอีก

คณะกรรมการประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงและกลับสู่ช่วงเป้าหมายของธนาคารกลางที่ 1% ถึง 3% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 รายงานการประชุมระบุ ธปท. ได้เพิ่มคะแนนพื้นฐานรวม 75 คะแนนตั้งแต่เดือนสิงหาคม วงจรการรัดเข็มขัดมีความก้าวร้าวน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังล้าหลังกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยภาคการท่องเที่ยวที่สำคัญเพิ่งเริ่มฟื้นตัวในปีนี้

“การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะยังได้รับแรงฉุดต่อเนื่อง โดยการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากการชะลอตัวของโลก” รายงานการประชุมระบุ

ในการประชุมอัตราจะเติบโต 3.2% ในปีนี้และ 3.7% ในปี 2566 ลดลงจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 3.3% และ 3.8% ตามลำดับ การเติบโต 1.5% ของปีที่แล้วเป็นหนึ่งในการเติบโตที่ช้าที่สุดในภูมิภาค



ข่าวต้นฉบับ